ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการประสานงานในคดีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2537

ระเบียบนี้วางหลักเกณฑ์ในการประสานงาน ระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. กับหน่วยงานผู้รับผิดชอบ การสืบสวนสอบสวนและการฟ้องคดียาเสพติด เพื่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะผู้รับผิดชอบการแก้ไขปัญหายาเสพติดของชาติ ได้ทราบรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามยาเสพติดสรุปสาระสำคัญของการประสานงานตามระเบียบระหว่าง ป.ป.ส. กับหน่วยงานต่าง ๆ

1. ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ดังนี้

  • ให้ความร่วมมือในการจับกุมหรือตรวจค้นในคดียาเสพติด
  • ควบคุมผู้ที่ถูกเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จับเป็นการชั่วคราว
  • เก็บรักษาของกลางหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดตามคำขอจากเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.
  • หัวหน้าพนักงานสอบสวนรายงานเลขาธิการ ป.ป.ส. เมื่อมีการจับกุมคดียาเสพติด
  • รายงานทุกคดีเป็นประจำทุกเดือน
  • รายงานโดยเร็วภายใน 3 วันนับแต่วันจับกุม ถ้าเป็นการจับกุมฐานผลิต นำเข้า ส่งออกจำหน่าย มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ หรือพยายามกระทำความผิด หรือจับได้แต่เฉพาะของกลางซึ่งเป็น
    ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตั้งแต่ 20 กรัม ประเภท 2 ตั้งแต่ 100 กรัม ประเภท 4 หรือประเภท 5 ตั้งแต่ 100 กิโลกรัมขึ้นไป
    วัตถุออกฤทธิ์ ประเภท 1 หรือ 2 ตั้งแต่ 15 กรัมหรือ 200 เม็ดขึ้นไป
    – พนักงานสอบสวนให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเข้าฟังการสอบสวนและเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สามารถให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ การซักถามรวมทั้ง ให้ความเห็นเกี่ยวกับพยานหลักฐานต่าง ๆ ได้
    – หัวหน้าพนักงานสอบสวนส่งสำเนาสำนวนการสอบสวนต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. ในกรณีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไม่เข้าฟังการสอบสวน

Kamagra Jelly without prescription, clomid without prescription.
2. ให้ เลขาธิการ ป.ป.ส. พิจารณาช่วยเหลือตามควรแก่กรณี เมื่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจตก เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย เพราะการปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด

3. ให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อัยการสูงสุด ผู้ว่าราชการจังหวัด รายงานหรือสั่งให้เจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบชี้แจง เมื่อประธาน ป.ป.ส. หรือเลขาธิการ ป.ป.ส. ต้องการทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินคดียาเสพติดหรือคดีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย

4. ให้ พนักงานอัยการ ให้ความร่วมมือดังนี้
– แจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องต่อเลขาธิการ ป.ป.ส.ให้คดียาเสพติดฐานผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย ครอบครองเพื่อจำหน่าย สมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ หรือพยายามกระทำความผิด
– อัยการสูงสุดแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. ในกรณีที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องคดียาเสพติด รวมทั้งข้อสังเกตต่าง ๆ ถ้ามี เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงการดำเนินคดี
– แจ้งรายละเอียดความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดรายเดือนมายังเลขาธิการ ป.ป.ส.

5. ให้ กรมราชทัณฑ์ ให้ความร่วมมือดังนี้
– รายงานสถิตินักโทษคดียาเสพติดทั่วราชอาณาจักรเป็นรายเดือน
– ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพการรับโทษ ประวัติการต้องโทษ หรือข้อเท็จจริงอื่นของนักโทษคดียาเสพติด แก่เลขาธิการ ป.ป.ส.
– ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เข้าไปสอบสวนผู้ต้องขังในเรือนจำหรือ สถานที่ที่คุมขังใดของกรมราชทัณฑ์ได้ เมื่อได้ร้องขอ ต่อผู้บัญชาการเรือนจำ หรือหัวหน้าสถานที่นั้น


  • กองบัญชาการตำรวจปราบยาเสพติด

88 ม.3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210
โทรศัพท์ : 02-521-8012 ถึง 8
แฟกซ์ : 02-521-8279

เพลง : เพียงเพราะเป็นเธอ
โดย : กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด